2008/Jan/01

 

          

 

 

           บ้านสีขาวหลังเล็กๆที่รายล้อมด้วยพันธุ์ไม้สีเขียวนานาชนิด  สวนหย่อมขนาดเล็กหน้าบ้านที่ถูกจัดตกแต่งอย่างดูดี  ดอกไม้หลากสีที่ปลูกไว้รอบๆบานสะพรั่งเหมือนแข่งกันรับอรุณวันใหม่อย่างไรอย่างนั้น  ทำให้บ้านสีขาวหลังนี้ดูเด่นขึ้นทันตา  ภายนอกบ้านหลังนี้อาจดูอบอุ่นและน่าอยู่อาศัย  ดูเป็นที่สะดุดตาของผู้ที่ผ่านไปมา  จนอดอิจฉาผู้อยู่อาศัยเสียไม่ได้  แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งแวดล้อมที่ถูกตกแต่งมันขัดกับจิตใจของผู้อยู่อาศัยเป็นไหนๆเพราะความสุขที่เจ้าของบ้านได้รับในแต่ละวันมันเล็กน้อย  และหาได้ยากเหลือเกิน

             
           " ผมไปก่อนนะฮะแม่ "   ชายหนุ่มกล่าวลาแม่ของตนเองเหมือนเช่นทุกวัน  แม้รู้ว่าคำตอบที่ได้จะเป็นเพียงเสียงลมหายใจที่ไร้เรี่ยวแรงจากร่างบางของผู้เป็นแม่ก็ตาม    
           
    
             มือบางเอื้อมหมุนลูกบิดประตูและปิดลงอย่างแผ่วเบาเนื่องจากเกรงว่าผู้ที่อยู่ด้านในจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง  เขาเดินเข้ามาในห้องของตนเองและหยิบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเริ่มงานใหม่ในวันแรก  หนังสือเรียนของมัธยมปลายปี3  และเอกสารการเรียนการสอนอีกบางส่วน  ถูกเขาหยิบใส่กระเป๋าใบโปรดอย่างเบามือ  ชั้นหนังสือที่เคยเป็นที่ของมันกลับถูกแทนที่ด้วยหนังสือเรียนชั้นประถมที่เขาเคยนำไปสอนพิเศษอยู่ทุกวัน
                 

                 ร่างสูงเดินออกจากบ้านไปตามสถานที่นัดหมาย  ที่ที่เขาถูกจ้างโดยการเป็นครูสอนพิเศษให้กับคุณหนูของตระกูล ณ คฤหาสน์ตระกูลปาร์ค  คฤหาสน์ที่เขาคุ้นเคยและไม่อยากที่จะกลับมาเหยียบมันอีกตรงเบื้องหน้า แต่ด้วยข้อเสนอบางอย่างที่เขาใช้เวลาคิดแล้วคิดอีกมาหลายวันหลายคืน  ทำให้เขาต้องตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง
 

               " คุณครูสอนพิเศษที่คุณผู้ชายจ้างมาใช่มั้ยค่ะ " 
                สาวใช้ของตระกูลออกมาเปิดประตูต้อนรับหลังจากที่ชายหนุ่มกดกริ่งได้สักพัก  เขาเพียงพยักหน้าตอบรับและเดินตามเธอเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์  แต่แล้วความรู้สึกบางอย่างกลับสั่งให้เขามองสำรวจสิ่งของในคฤหาสน์อย่างไม่รู้ตัว  อาจดูเป็นการเสียมารยาท  แต่ก็ถือว่าโชคดีที่สาวใช้ไม่ได้หันมาให้ความสนใจอะไรกับชายหนุ่มที่กำลังเดินตามหลังเธออยู่
                
           
             " นี่เป็นห้องของคุณหนูค่ะ  ถ้าต้องการอะไรเรียกใช้เด็กในบ้านได้นะคะ " สาวใช้กล่าวเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องคุณหนูของตระกูล  แต่ก็ยังได้รับเพียงการพยักหน้าตอบรับเช่นเดิม  แม้เธอจะรู้สึกว่าครูสอนพิเศษคนนี้แปลก  แต่ก็ต้องทิ้งความสงสัยไว้เพียงเท่านั้นเมื่อครูสอนพิเศษตรงหน้าเดินเข้าไปในห้องของคุณหนูของบ้านเสียแล้ว
 

             ชายหนุ่มก้าวเข้ามาภายในห้อง  ของทุกสิ่งอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและดูสะอาดสะอ้าน  คงเนื่องมาจากได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี  และด้วยความที่เจ้าของห้องไม่ได้ให้ความสนใจกับมุมตรงนี้เท่าไรนัก  ผู้มาเยือนจึงสังเกตได้จากบางมุมภายในห้องซึ่งเป็นมุมพักผ่อน  ที่เต็มไปด้วยเครื่องนันทนาการต่างๆ  ทั้งโทรทัศน์  เครื่องเสียง  คอมพิวเตอร์  เครื่องเล่นเกมต่างๆ  หรือแม้แต่เพลย์สเตชั่นเครื่องเล็กๆที่ดูจะถูกใช้งานหนักไม่แพ้กัน  มุมตรงนี้จึงดูเลอะเทอะ  ไม่เป็นระเบียบเท่าที่ควร  แต่ก็ถือว่าไม่แย่เกินไปสำหรับนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง  เมื่อนึกได้จึงกวาดสายตามองหาเจ้าของห้องผู้เป็นลูกศิษย์  บางทีถ้าเจ้าตัวรู้ว่าจะต้องเรียนพิเศษอาจจะหนีไปไหนต่อไหนแล้วก็เป็นได้  เสียงน้ำจากฝักบัว  ที่เข้ากระทบโสตประสาท   เหมือนเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าลูกศิษย์ของเขายังอยู่ในห้องนี้


            " เสียงน้ำ  คงอาบน้ำอยู่สินะ "  ชายหนุ่มว่าพลางถือวิสาสะเดินเข้าไปภายในส่วนของห้องนอนและจับจองโซฟาบริเวณนั้นนั่งลงอ่านหนังสือรอลูกศิษย์ของเขาอย่างเงียบๆ
 
 
 

             แกร่ก~
 
  
  

            " นายเป็นใคร! "
 
  
           ร่างสูงผู้เป็นเจ้าของห้องร้องถามระคนตกใจ  ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก  ถ้าเขาเปิดประตูออกมาแล้วพบว่าห้องนอนของตัวเองว่างเปล่าอย่างทุกที  แต่นี่กลับมีใครที่เขาไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงด้านหน้า  และมันคงไม่แย่ไปกว่านี้ถ้าเขาไม่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยผ้าเช็ดตัวที่ปกปิดส่วนล่างของร่างกายเพียงผืนเดียว
 
 
         " ผมเป็นครูสอนพิเศษของคุณ "  ร่างที่นั่งอยู่พูดพลางขยับแว่นตาแต่ก็ยังไม่ละสายตาจากหนังสือตรงหน้า  หรืออาจเป็นเพราะไม่อยากจะมองร่างกึ่งเปลือยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก็เป็นได้
  

       " ครูสอนพิเศษที่พ่อจ้างมาอย่างนั้นหรอ  งั้นก็คงไม่ต้องเกรงใจสินะ " 
       พูดจบร่างสูงที่ไม่สนใจที่จะแต่งกายให้เรียบร้อยก็เดินออกจากส่วนของห้องนอน  เปิดตู้เย็นและหยิบเบียร์กระป๋องที่เป็นเครื่องดื่มที่ไม่เหมาะกับนักเรียนมัธยมปลายอย่างเขานักในความคิดของคนอื่น  แต่สำหรับตัวเขาเองมันแทบจะกลายเป็นน้ำดื่มที่เขาขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว  เวลาผ่านไปพักใหญ่  เจ้าของห้องยังนั่งเอกเขนกจิบเบียร์บนโซฟาตัวโปรดหน้าโทรทัศน์อย่างสบายใจ  โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นครูที่นั่งรออยู่ในห้องนอนเลยแม้แต่น้อย

 

              รอแล้วรอเล่าเจ้าลูกศิษย์ตัวดีก็ยังไม่กลับเข้ามาในห้อง  นี่คงอยากเล่นเกมฝึกความอดทนกับเขาสินะ  ชายหนุ่มคิดในใจ  แต่ก็เอาเถอะในเมื่อตัวยังล่อนจ้อนอยู่แบบนั้นลูกศิษย์นามว่าโจคยูฮยอนก็ไม่มีทางหนีไปไหนได้  เขาก็เพียงแค่รออยู่ในห้องแบบนี้  รอเวลาเจ้าตัวดีมันรู้สึกหนาว  เดี๋ยวก็คงจะกลับเข้ามา  เขาก็จะชนะเกมนี้ได้อย่างสบายๆ
 
  
               โจคยูฮยอนเหลือบตามองประตูห้องนอนของตนเองที่ไร้แม้เสียงเปิดประตูของผู้ที่ด้านในอย่างที่เขาคิดไว้ตอนแรก  ทั้งๆที่เขาเคยใช้วิธีนี้กับครูคนอื่นๆมาแล้ว  ถ้าไม่ได้ยินเสียงแหกปากโวยวายใส่เขา  ก็ต้องมีประชดปิดประตูแล้วเดินจากไปอย่างหงุดหงิดบ้างล่ะ  แต่ทำไมกับคนนี้มันถึงไม่เป็นอย่างที่คิดไว้  หรือเพราะเขายังถ่วงเวลาได้น้อยเกินไป  อย่างนั้นถ้านอนพักสักนิดก็คงจะดี  เมื่อคิดได้ดังนั้นคยูฮยอนก็เอนตัวลงกับเบาะโซฟาตัวยาว  แม้จะรู้สึกเย็นตามร่างกายเนื่องจากไม่มีเสื้อผ้าคอยปกปิดไว้  แต่อดทนกับสิ่งนี้ก็ยังดีกว่าต้องทนนั่งหลังขดหลังแข็งเรียนพิเศษให้ปวดหัวเล่นล่ะน่า
 
   
                  เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาที่เกือบล่วงสี่ชั่วโมงไปแล้วที่ร่างสูงนอนหลับไป  ลมที่วนอยู่ตามพื้นที่ว่างของห้องกว้างปะทะเข้ากับร่างกายอีกครั้ง  แม้มันจะไม่แรงจนหนาวสั่น  แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ชายหนุ่มเลิกอยู่ในสภาพที่กึ่งเปลือยแบบนี้สักที
 
 
 
                    ประตูห้องนอนถูกเปิดอีกครั้งหลังจากที่ถูกเปิดออกไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน  เป็นจังหวะพอดีกับผู้ที่อยู่ด้านในปิดหนังสือเล่มหนาและวางลงบนโต๊ะข้างตัว  คยูฮยอนเหลือบมองด้านข้าง หวังว่าโซฟาตรงนั้นจะว่างเปล่า  แต่ผิดคาด  คนที่เขาคิดว่าน่าจะออกจากห้องนี้ไปแล้วเมื่อหลายชั่วโมงก่อน  กลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและส่งสายตาผ่านเลนส์แว่นประจันหน้ากับเขาอยู่
 
 
                    " อดทนดีนี่คุณครู "
 
 
                   " เสียใจด้วยนะ  ที่วิธีแบบนั้นของคุณมันใช้ไม่ได้กับผม "  น้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆตอบกลับ  จนทำให้ผู้สนทนาอีกคนรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทีแบบนี้ของผู้เป็นครูเหลือเกิน
 
 
                " หนังสือและชีทพวกนี้  ผมเอามาให้คุณไว้อ่านและทำแบบฝึกหัดก่อนเรียน  เพื่อจะดูพื้นฐานของคุณที่อาจจะมีหรือไม่มีเลย  คุณอาจจะไม่สนใจมัน  แต่ก็ถือว่าผมได้ทำหน้าที่ของวันนี้เรียบร้อยแล้ว " ครูสอนพิเศษคนใหม่ของคยูฮยอนว่า  พลางวางหนังสือและชีทไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือของเจ้าของห้อง หลังจากที่เวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว  เนื่องจากตัวเขาเองยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก  จึงไม่อยากมาเสียเวลากับงานนี้เกินไปนัก
 
 
              " นายก็อย่าคิดนะว่าวิธีนี้ของนายจะใช้ได้ผลกับฉัน " พูดจบคยูฮยอนก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบเครื่องแต่งกายตามสไตล์ของตนเองและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียตรงนั้น  โดยไม่เกรงใจสายตาของผู้ที่อยู่ในห้องอีกคน  ที่มองมาอย่างเรียบเฉย
 
 
             " คุณนี่มันเด็กกว่าที่ผมคิดไว้จริงๆ "  ผู้เป็นครูเอ่ยออกมาให้กับพฤติกรรมที่ดื้อรั้นเยี่ยงเด็กของคยูฮยอน
 
 
             " นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันเป็นเด็ก! "  คนที่ถูกว่าถึงกับขึ้นเสียง  ก็เขาน่ะอายุสิบเก้าแล้ว  วุฒิภาวะก็เริ่มที่จะมี  ความคิดความอ่านก็เหนือกว่าเด็กประถมเป็นไหนๆ  เรื่องอะไรล่ะที่จะยอมให้คนที่ไม่รู้จักมาว่าเขาเป็นเด็กอยู่แบบนี้
                
 
             "ผมก็แค่พูดไปตามที่เห็น "
 
 
             " ก็แค่ครูสอนพิเศษ  อย่าทำมาเป็นอวดดีนักเลย "  ลูกศิษย์ถือโอกาสที่ตัวเองนั่นตัวสูงกว่าเข้าไปกระชากคอเสื้อผู้เป็นครูอย่างไร้ความเคารพ  ทว่าผู้เป็นครูก็ยังคงสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิมตอกกลับไปอย่างไม่ลดละ
 
 
             " คุณน่าจะเก็บประโยคนั้นไว้ใช้กับคุณมากกว่า "
 
 
             " อย่าคิดนะ  ว่าพ่อจ้างนายมาแล้วชั้นจะไม่กล้า " 
         สายตาที่กำลังจ้องมองคยูฮยอนมันเป็นสายตาที่น่ารังเกียจนัก  เขาเกลียดสายตาที่ว่างเปล่าแบบนี้  สายตาที่เหมือนปีศาจที่จ้องจะคร่าชีวิตใครต่อใครได้อย่างไร้ความรู้สึก  แม้มันจะถูกเลนส์ของแว่นสายตาบดบังไว้แต่ในระยะที่ใบหน้าห่างกันแค่คืบมันก็ทำให้เขามองทะลุนัยน์ตาคู่นั้นได้อย่างง่ายดาย  มือที่รั้งคอเสื้ออยู่ถูกออกแรงกระชากมากกว่าเดิม  ร่างบางประชิดเข้ากับอกแกร่งของคยูฮยอนอย่างแรง แม้จะเจ็บ...เจ็บจนอยากจะแสดงออกมา  แต่สีหน้าและสายตาที่โหดเหี้ยมของคยูฮยอนก็กลืนความเจ็บของเขาไปในทันตา
 
 
             " เท่าไหร่ล่ะ  พ่อใช้เศษเงินจ้างนายมาเท่าไหร่ ฉันให้มากกว่านั้นได้ถ้านายเลิกยุ่งกับชีวิตของฉัน "  คยูฮยอนกัดฟันพูดอย่างโกรธจัด  เขาไม่ชอบให้ใครมาบังคับเขา  มาตีกรอบให้เขาต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้โดยต้องฝืนใจ  เขาชอบความอิสระ  ถ้ามันต้องแลกกับเงินซึ่งเป็นสิ่งแรกที่เขานึกออก  เขาก็พร้อมที่จะแลกเพื่อทวงความอิสระที่ต้องการกลับคืนมา
 
 
             " น่าสนใจดีนี่ "  ครูร่างบางกระตุกยิ้มมุมปาก  หลังจากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ  แม้จะรู้สึกแสบกับรอยแดงตรงช่วงคอขาวที่เกิดจากการเสียดสีอย่างแรงกับคอของเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่ก็ตาม
                
 
            " แต่ผมว่าคุณเก็บเงินของคุณไว้ดีกว่า  เพราะเงินที่พ่อคุณจ้างผมมา  บางทีมันอาจมีค่ามากกว่าชีวิตของคุณด้วยซ้ำไป "  สายตาเย้ยหยันจากร่างบางถูกส่งไปยังลูกศิษย์ร่างสูงอีกครั้ง  เขาพูดไม่ผิดหรอก  ว่าจำนวนเงินที่เขาจะได้รับเป็นค่าจ้างมันมีค่ามากกว่าชีวิตของคนๆนึง  เพราะถ้าจำนวนเงินมากมายนี้ไม่ใช่ข้อต่อรองของข้อเสนอ  เขาก็คงไม่มีทางรับงานนี้เป็นแน่
                 
 
                  ชายหนุ่มร่างบางเดินออกจากคฤหาสน์  โดยยังทิ้งความสงสัยให้กับชายหนุ่มอายุน้อยอีกคนคาใจเล่น  นึกถึงได้ไม่ทันไร  เสียงบีบแตรรถก็ดังไล่หลังมา  พร้อมกับรถสปอร์ตสีดำที่ขับผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว  ก็คงเป็นใครไปไม่ได้สินะ  นอกจาก...คุณชายโจคยูฮยอน...  
 
                 
 
 
                   เสียงเพลงอึกทึกดังลอดออกมาจากประตูไม้บานใหญ่หลังร้าน  ผับ Sapphire Blue ผับที่มีชื่อเสียงในละแวกนี้  ด้วยการตกแต่งร้านที่ดูดีมีสไตล์เหมือนประดับอัญมณีสีน้ำเงินไว้ทุกซอกมุม  แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงไอเดียของเจ้าของร้านที่ประดับกระจกไว้คู่กับดวงไฟฉาบสีน้ำเงินเท่านั้น  อีกทั้งเครื่องดื่มนำเข้าจากต่างประเทศหลากหลายยี่ห้อก็เป็นตัวชักจูงให้วัยรุ่นมากมายอยากที่จะลิ้มลองอยู่เสมอ  นอกจากสีสันในร้านที่ดูเก๋มีสไตล์แล้วนั้น  เสียงดนตรีก็ได้ถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดี  ดนตรีหลากหลายแนวที่ฟังดูสบายๆ  โรแมนติก  หรือแม้แต่ร็อคสนุก  ก็ได้นักดนตรีฝีมือดีที่เจ้าของร้านเสาะหามาอย่างชำนิชำนาญถ่ายทอดได้อย่างลึกซึ้ง  ทำให้ร้านแห่งนี้มีชื่อติดหูนักเที่ยวกลางคืนได้ไม่ยาก
 
                 
                 " ไง  ปาร์คจองซู  ทำไมวันนี้มาสายได้ล่ะจ๊ะ  "  ชายหนุ่มหุ่นเพรียวบาง  เจ้าของเรือนผมรากไทรสีดำสนิทและเป็นเจ้าของผับแห่งนี้เอ่ยถามเพื่อนรักที่เพิ่งเข้ามาทางหลังร้านเมื่อครู่   ทั้งๆที่ปกติแล้วจองซูจะมาถึงก่อนที่ร้านจะเปิดด้วยซ้ำ
                
 
                " ขอโทษทีนะฮีชอล  พอดีงานใหม่ยังไม่ค่อยเรียบร้อยน่ะ "  จองซูว่าพลางจัดแจงเก็บข้าวของและเตรียมเสื้อผ้าสำหรับการทำงานคืนนี้
                
 
                " ท่าทางนักเรียนใหม่ของนายคนนี้ร้ายไม่เบานะ "  ฮีชอลยิ้มมุมปาก  พร้อมกับลูบไล้ไปตามรอยแผลที่คอเพื่อนรัก  แม้มันจะไม่ใช่แผลลึกอะไร  แต่มันก็ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของรอยแผลรู้สึกเจ็บขึ้นมาได้เหมือนกัน
                
 
               " พอเถอะน่าฮีชอล  ฉันออกไปทำงานดีกว่า "  เจ้าของน้ำเสียงเครียดปรามเพื่อนตัวเอง  แม้จะรู้ตัวว่าอยู่กับฮีชอลแล้วไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเครียดก็ตาม  แต่พฤติกรรมเคร่งครึมเหมือนตอนอยู่กับนักเรียน  มันก็ติดเป็นนิสัยของเขาไปซะแล้ว
               
 
               " นี่จองซู  แว่นนั่นน่ะ  นายไม่ได้เป็นครูอยู่นะ  ถอดมันออกด้วยสิ "  ไม่ว่าเปล่า  มือเรียวสวยเอื้อมถอดแว่นตากรอบบางให้กับชายหนุ่มตรงหน้า  เผยให้เห็นนัยน์ตาเรียวสวยที่ถูกบดบังมาตลอดทั้งวัน
 
 
 
 
                  รถสปอร์ตสีดำที่ขับมาด้วยความเร็วสูงจอดเทียบท่ากับฟุตบาทหน้าผับชื่อดัง  ชายหนุ่มสองคนก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเรียบเฉย แม้แสงไฟบริเวณนั้นจะไม่สว่างนัก  แต่ก็สามารถเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มทั้งสองจนสาวๆที่อยู่บริเวณนั้นอดที่จะกรี๊ดไม่ได้
 
                
 
                  เด็กหน้าร้านเปิดประตูให้กับบุคคลผู้มาใหม่  แม้พวกเขาจะอยู่ในวัยเรียน  แต่ร้านนี้ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากนัก  ด้วยการที่เจ้าของร้านคือคิมฮีชอลด้วยแล้ว  เปรียบเสมือนเจ้าแม่ที่ใครต่อใครเกรงกลัว  อีกทั้งผับของเขาก็ไม่ใช่แหล่งมั่วสุมในทางไม่ดีเหมือนผับอื่นๆ  การมั่วสุมเสพยาหรือการพนันต่างๆอย่าได้มีในผับเขาซะให้ยาก  ไม่อย่างนั้นล่ะก็เขาจะแสดงฤทธิ์เดชกำจัดพวกมันให้ตายกันไปข้างนึงเลย
 
                
 
                  เมื่อมองหาที่ว่างได้แล้ว  ซีวอน  คุณชายมาดไฮโซที่ดูจะคุ้นเคยกับผับนี้มากกว่าเพื่อนอีกคนจึงเดินไปยังที่ว่างนั้นซึ่งเป็นที่ประจำของเขา  โดยมีเพื่อนอีกคนเดินตามและกวาดตามองสีสันภายในผับแห่งนี้อย่างตื่นเต้น
               
 
                " มีสถานที่แบบนี้อยู่  ทำไมมึงไม่เคยบอกกูเลยวะซีวอน "
        
                " ก็มึงเคยฟังที่กูพูดบ้างมั้ยล่ะ  เอะอะก็ลากกูไปนอกเมือง  แล้วอย่างนี้จะมาโทษกูได้ไง "  ชายชเวว่าพร้อมกับสอดส่องสายตามองหาเจ้าของร้านคนสวย  คนที่ขโมยหัวใจของเขาไปทั้งดวงตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในผับแห่งนี้
 
 
        
  
              " นายทำให้ฉันโมโหอีกแล้วนะฮยอกแจ! " เสียงห้าวพูดด้วยความหงุดหงิดใจพร้อมกับกระแทกถาดสแตนเลสลงกับเคาท์เตอร์อย่างแรง  ถือว่าโชคดีที่อารมณ์หงุดหงิดใจของเขาไม่เป็นที่สนใจของลูกค้าในร้านนักเนื่องจากเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่เป็นจังหวะสนุกๆเสียงเฮฮาและการร้องรำทำเพลงจึงทำให้กลบเสียงโวยวายของผู้ชายตัวเล็กๆอย่างอีทงเฮได้เป็นอย่างดี
 
 
                 " เกิดอะไรขึ้นทงเฮ "  ฮีชอลที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมจองซูเอ่ยถามน้องชายตัวแสบ
 
                " คงทะเลาะกับฮยอกแจมาอีกล่ะสิ "  จองซูพูดอย่างรู้ทัน
 
                 " ก็พี่ดูสิฮะ  เจ้านั่นไม่เคยสนใจผมเลย  งานการก็ไม่สน  มัวแต่ไปกระดี๊กระด๊ากับผู้หญิง "  ไม่พูดเปล่าสายตาคมของผู้ที่กำลังน้อยอกน้อยใจก็หันไปค้อนขวับให้กับเจ้าตัวปัญหาที่ยังเริงร่าในหมู่สาวๆโดยไม่ได้สนใจพายุลูกน้อยๆนี้เลย
                
                 " ยังไม่ชินอีกหรือทงเฮ  "  ไม่ใช่การพูดแหย่ทงเฮเล่น  แต่ฮีชอลเห็นว่าการที่ฮยอกแจต้อนรับลูกค้าสาวๆโดยการร่วมวงเต้นรำสนุกสนานนั้นเป็นสิ่งที่ฮยอกแจกระทำอยู่ทุกวัน  ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ทงเฮจะมาโมโห
                 
                 " แต่วันนี้เจ้านั่นจงใจยั่วโมโหผม ไม่ยอมคุยกับผมตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว "
                 
                " แล้วเราไปทำอะไรไว้ล่ะ "
 
 
 
 
 
                 " ผมก็แค่จูบฮยอกแจไปเมื่อตอนร้านเปิดแค่นั้นเอง! " 
 
 
                   การพูดแบบฉบับที่โวยวาย  แหบห้าว ไม่เกรงใจใครของทงเฮ  แม้กระทั่งเรื่องลับๆก็ยังสามารถพูดได้อย่างเปิดเผย  เรียกเสียงหัวเราะได้จากพี่ชายหน้าสวยที่ยืนอยู่ได้ไม่น้อย  ฮีชอลกุมหน้าท้องหัวเราะให้กับความซื่อไร้เดียงสาของน้องชาย  แต่ที่แปลกไปกว่านั้น  จองซู  ผู้ชายน้ำแข็งอย่างเขาสามารถหลุดขำออกมาได้เช่นกัน  


                  " เดี๋ยวกลับบ้านค่อยไปเคลียร์กันนะ  ลูกค้ามาเยอะแล้ว  ไปต้อนรับสิทงเฮ " 
              ฮีชอลที่ระงับอารมณ์ของตัวเองได้ช้ากว่าจองซูเอ่ยขึ้น  เมื่อหันไปเห็นจำนวนลูกค้าในร้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  รวมทั้งโต๊ะของลูกค้าประจำอย่าง ชเวซีวอน  หนุ่มหล่อ  พ่อรวย  ที่เจ้าตัวส่งยิ้มหวานมาให้เขาจนแก้มแทบปริ
 
 
                 " ว่าไงจ๊ะซีวอน  วันนี้พาเพื่อนมาด้วยเหรอ "  ร่างเพรียวบางแจกยิ้มหวานพลางนั่งลงข้างกายหนุ่มหล่ออย่างถือวิสาสะ  แต่ก็ไม่ใช่การเสียมารยาทแต่อย่างใด  ในเมื่อเขารู้อยู่แก่ใจว่าซีวอนไม่มีทางปฏิเสธการได้นั่งเคียงข้างกับเขา  บางทีซีวอนอาจจะเต็มใจให้เขานั่งในที่ที่มากกว่าเบาะข้างตัวก็เป็นได้
  
 
                คยูฮยอนมองบุคคลที่นั่งตรงข้ามอย่างชื่นชม  นี่สินะ  คนที่ซีวอนมันแอบหลงรัก  มีเสน่ห์ดึงดูดใจในครั้งแรกที่เห็น  ผู้ชายที่ดูสวยกว่าผู้หญิงบางคน  หุ่นเพรียวบางที่น่าปกป้องดูแล  เข้าใจเลือกเหมือนกันนี่ซีวอน
 
  
                " ครับ  นี่คยูฮยอนเพื่อนสนิทผม  "
   
                " สวัสดีจ้ะคยูฮยอน "  น้ำเสียงยั่วยวนกับใบหน้าเปื้อนยิ้มถูกส่งมาให้คยูฮยอน

                 " คยูฮยอน  นี่พี่ฮีชอล  เอ่อ  เป็นเจ้าของผับนี้น่ะ "  ซีวอนแนะนำต่อ  แต่จะติดตรงที่จะให้ฮีชอลอยู่ในฐานะอะไรสำหรับเขา 
  
 
                 ฮีชอลเหลือบตามองคนข้างตัวพลางกระตุกยิ้ม  ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คนอย่างคิมฮีชอลจะดูไม่ออกว่าซีวอนมีความรู้สึกอย่างไรกับเขา  ก็การที่เทียวไปเทียวมาในผับนี้ตลอดสองอาทิตย์  ทั้งสายตาที่ส่งให้ฮีชอลไม่เว้นแต่ละวัน  คำพูดคำจา  ที่คนฟังแม้ไม่ใช่ฮีชอลก็ดูออกว่าซีวอนต้องการสื่ออะไร  แต่ด้วยนิสัยของฮีชอล  นิสัยที่เหมือนให้ความหวังใครต่อใครที่มันแก้ไม่หายสักที  ก็คงทำให้ซีวอนคิดเข้าข้างตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าฮีชอลก็มีใจให้ตัวเองเช่นกัน  ถ้าสักวันซีวอนได้รู้ความจริงขึ้นมาว่าฮีชอลไม่ได้รู้สึกเกินเลยไปกว่าเพื่อนคุยและหัวใจทั้งสี่ห้องของฮีชอลก็ไม่ได้ว่างอย่างที่ซีวอนคิด  เวลานั้นชายชเวคนนี้คงจะคลั่งไม่ใช่น้อย
  
 
                  " แล้วนี่สั่งเครื่องดื่มอะไรกันหรือยัง "
                 
                 " ยังเลยฮะ  พวกเราเพิ่งมาถึง "
                 
                 " งั้นเดี๋ยวฉันจัดการให้นะ  รอสักครู่ "  ฮีชอลลุกจากที่นั่งไปจัดออเดอร์ให้กับลูกค้าคนสำคัญ  โดยมีคยูฮยอนมองตามหลังอย่างไม่รู้ตัว  ไม่ใช่ว่าเขานึกชอบเธอเหมือนซีวอน  แต่แท้จริงแล้วคนที่คยูฮยอนกำลังสนใจอยู่คือบุคคลในชุดเด็กเสิร์ฟสีดำที่ฮีชอลกำลังเดินเข้าไปหา  ผู้ชายรูปร่างไล่เลี่ยกับฮีชอล แต่น่าเสียดายที่ความมืดภายในร้านทำให้เขาเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นได้ไม่ชัดนัก
                 
 
                 " ซีวอน  มึงรู้จักคนนั้นหรือเปล่า "  ถามทั้งๆที่สายตายังจับจ้องบุคคลที่สงสัยอยู่อย่างไม่ลดละ  ทำให้ซีวอนต้องมองตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
                 
                 " ที่ยืนกับพี่ฮีชอลน่ะเหรอ  เค้าชื่อพี่จองซู "
                 
                " จองซู  อย่างนั้นหรอ "  คยูฮยอนทวนชื่ออย่างนึกสงสัย  แปลก  ทำไมเขาถึงรู้สึกแปลกกับชื่อนี้
                 
                " ทำไม  มึงสนใจหรอ "  ซีวอนถามอย่างมีเลศนัย  ก็ไม่เลวนี่  ถ้าคยูฮยอนนึกจะชอบพี่จองซูขึ้นมาจริงๆ  เพราะพี่จองซูก็เป็นผู้ชายหน้าหวานคนนึงที่ลูกค้าจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจ  จะติดก็ตรงที่เขาดูเป็นคนเงียบๆเก็บตัว เลยไม่ได้ดูแลลูกค้าใกล้ชิดแบบพี่ฮีชอล  ทำให้ซีวอนเลือกที่จะชอบคนที่สนุกสนานแบบพี่ฮีชอลมากกว่า
 
                 
 
                " พ่อมึงเถอะ  กูแค่คิดว่าเขาเหมือนคนที่กูรู้จัก " 
            หันกลับมาสบถคำด่าใส่เพื่อนรัก  แต่ก็ยังไม่วายที่จะหันกลับไปมองร่างบางที่ทำงานอย่างขันแข็ง  ทุกท่วงท่าอิริยาบถ  ทำให้คยูฮยอนรู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับใครบางคน  แต่คิดแล้วคิดอีกเขาก็คิดไม่ออกเสียทีว่าคนๆนั้นคือใคร                      
 
  
  
              " นี่จองซู  ช่วยดูแลลูกค้าโต๊ะนั้นให้หน่อยสิ "  
           ไม่ต้องถามต่อจองซูก็รู้ได้ทันทีถึงเหตุที่ฮีชอลละทิ้งลูกค้าคนสำคัญมา  เพราะโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ในมือของเพื่อนรัก  ซึ่งก็หมายถึงคนที่สำคัญกว่าลูกค้าของฮีชอลได้ติดต่อกลับมาแล้ว
 
 
                 จองซูรับคำ  พร้อมกับจัดออเดอร์ประจำของซีวอนอย่างรู้ใจ  ไม่ต้องสงสัยว่าเขารู้ออเดอร์ที่ซีวอนสั่งประจำได้อย่างไร ก็ในเมื่อทุกครั้งที่ซีวอนมาที่ร้านเขาจะเป็นคนรับและจัดออเดอร์ให้เสมอ  ส่วนฮีชอลก็เหมือนเป็นบริการเสริมของร้านโดยการเทคแคร์ลูกค้าอย่างใกล้ชิด  แต่ก็เรียกเรตติ้งได้มากทีเดียว
 
 
                  
                  คยูฮยอนรีบหันหน้าหนีเมื่อสังเกตว่าบุคคลที่เขาจ้องมองอยู่กำลังเดินตรงมาทางโต๊ะของเขาและซีวอน  เขาพยายามปั้นสีหน้าให้ดูนิ่งที่สุดเหมือนที่เคยเป็น  ต่างกับจองซู  ที่พยามปั้นสีหน้าของตัวเองไม่ให้ดูเครียดเกินไปเวลาต้อนรับลูกค้า  เครื่องดื่ม  แก้วน้ำ  และน้ำแข็ง  ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ  ด้วยแสงไฟในผับที่ไม่มากนักทำให้จองซูไม่นึกสนใจบุคคลที่นั่งตรงข้ามกับซีวอน
 
                
 
                    ระหว่างที่จองซูจัดข้าวของลงบนโต๊ะ  สายตาบางคู่จับจ้องมองเขา  แม้จะมืดแต่ความห่างที่ไม่มากนักก็ทำให้คยูฮยอนสามารถมองเห็นใบหน้าเรียวสวยชัดเจนยิ่งขึ้น  เจ้าของสายตานั้นเหยียดยิ้มอย่างมีชัย  ในที่สุดคยูฮยอนก็ได้รู้เสียทีว่าคนที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยก็คือครูสอนพิเศษคนใหม่..จองซู
 
                 
 
                     " ขยันดีนะคุณครูคนใหม่ "  ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าคว้าข้อมือบางอย่างแรง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                          " คยูฮยอน! "
 
 
 
 
 
 
TBC...     

 

 

สวัสดีปีใหม่  ชาว Exteen และเพื่อนๆที่เข้ามา ณ บล็อคแห่งนี้
ขอให้ทุกคนมีความสุข สมปรารถนาในทุกๆเรื่อง
สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะ.. 


และ
 
 
Happy Birth Day to Sungmin Oppa
กระต่ายน้อยแห่ง SuJu อายุ 23 แล้วนะ 
แต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ดี  ฮ่าๆๆ

มีความสุขมากๆนะ ดูแลสุขภาพด้วย
ที่สำคัญรักคยูฮยอนมากๆล่ะ คุคิๆ

ว่าด้วย ฟิคชั่น คยูทึก - -*
ทำไมต้องคยูทึก???

หลายคนคงสงสัยอยู่
ข้าพเจ้าก็สงสัยว่าทำไมไม่มีคนแต่งคยูทึกบ้าง?
 
ด้วยตัวเจ้าของบล็อคไม่รู้จินตนาการบังเกิดแต่ใดมา
อาจเกิดจากรูปในซูคิระเมื่อนานมาแล้ว
ที่พี่ทึกทำเหมือนจูบกับคยู
นั่นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้จิ้นคู่นี้
แต่นอกจากนั้นคงเกิดจากความรู้สึก

พี่ใหญ่ กับ น้องเล็ก!!!

ก็ดูเข้าท่าดีมิใช่เรอะ - -* ((หรือข้าพเจ้าคิดไปเองคนเดียว))
แต่เอาเถอะ  ที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของตัวเองมากกว่า
ในเมื่อไม่มีใครแต่งคู่นี้ให้อ่าน  ก็เลยบ่นแล้วบ่นอีกจนในที่สุดก็ลงมือแต่งเองจริงๆ  เหอะๆๆ

ที่จริงจิ้นคู่นี้มานานพอสมควร  อารมณ์ว่าเคะโคตรสวย เมะโคตรหล่อ = =*
เลยลองเซิทหาในกลูเกิ้ล  แม่เจ้า!!!!!!
ฟิคคยูทึกไม่โผล่สักเรื่อง  T     T
โฮกกกกกก  กูต้องบุกเบิกเองใช่มั้ย?? 

และแล้วเมื่อวันที่ลงมือแต่งฟิคเรื่องนี้
ก็ดั๊น ไปเซิทดูอีกรอบ - -* เพื่ออะไรก็ไม่เข้าใจตัวเอง
แล้วมันก็โผล่มาเคอะ  ฟิคคยูทึก 
ในเว็บเด็กดีแต่มันช้าไปแล้ว - - 
ไม่อยากอ่านของใครแล้ว  อยากอ่านของตัวเอง  ฮ่าๆๆๆ
จำชื่อเรื่องไม่ได้เหมือนกัน เพราะไม่ได้คลิกเข้าไปอ่าน
แต่เจออยู่เรื่องเดียวจริงๆเถอะ = =^

ตอนวางพลอตตัวละคร  ก็นึกถึงซองมินนะ
นึกว่าจะเอาซองมินคู่กับใคร  ก๊ากกกกกก
ในเมื่อคยูต้องเป็นของพี่ทึก  แล้วซองมินต้องเป็นของพี่หมีเรอะ  ฮ่า!!!!!!!
อยากจะบ้าตาย -*-  กระต่ายกับหมี  ไม่เหมาะกันเล้ย~

เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกรอบ
เอาเป็นว่าคนที่อ่าน ((จะมีเรอะ = ="))
ถ้ามีล่ะนะ  ช่วยวิจารณ์กันด้วยเถอะ
ฟิคเรื่องแรกในชีวิตจริงๆถ้ามีคนสนใจ
ก็จะเค้นตอนใหม่ออกมาให้อ่านกัน  พร้อมกับฉาก NC ((ฮ่า >.,<))
แต่ถ้าไม่สนุกหรือไม่มีคนสนใจ  ก็คงต้องจินตนาการเลื่อนลอย
และปิดฉาก Degenerate Heart ลงตรงนี้แล..