บ้านสีขาวหลังเล็กๆที่รายล้อมด้วยพันธุ์ไม้สีเขียวนานาชนิด สวนหย่อมขนาดเล็กหน้าบ้านที่ถูกจัดตกแต่งอย่างดูดี ดอกไม้หลากสีที่ปลูกไว้รอบๆบานสะพรั่งเหมือนแข่งกันรับอรุณวันใหม่อย่างไรอย่างนั้น ทำให้บ้านสีขาวหลังนี้ดูเด่นขึ้นทันตา ภายนอกบ้านหลังนี้อาจดูอบอุ่นและน่าอยู่อาศัย ดูเป็นที่สะดุดตาของผู้ที่ผ่านไปมา จนอดอิจฉาผู้อยู่อาศัยเสียไม่ได้ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งแวดล้อมที่ถูกตกแต่งมันขัดกับจิตใจของผู้อยู่อาศัยเป็นไหนๆเพราะความสุขที่เจ้าของบ้านได้รับในแต่ละวันมันเล็กน้อย และหาได้ยากเหลือเกิน
" ผมไปก่อนนะฮะแม่ " ชายหนุ่มกล่าวลาแม่ของตนเองเหมือนเช่นทุกวัน แม้รู้ว่าคำตอบที่ได้จะเป็นเพียงเสียงลมหายใจที่ไร้เรี่ยวแรงจากร่างบางของผู้เป็นแม่ก็ตาม
มือบางเอื้อมหมุนลูกบิดประตูและปิดลงอย่างแผ่วเบาเนื่องจากเกรงว่าผู้ที่อยู่ด้านในจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาเดินเข้ามาในห้องของตนเองและหยิบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเริ่มงานใหม่ในวันแรก หนังสือเรียนของมัธยมปลายปี3 และเอกสารการเรียนการสอนอีกบางส่วน ถูกเขาหยิบใส่กระเป๋าใบโปรดอย่างเบามือ ชั้นหนังสือที่เคยเป็นที่ของมันกลับถูกแทนที่ด้วยหนังสือเรียนชั้นประถมที่เขาเคยนำไปสอนพิเศษอยู่ทุกวัน
ร่างสูงเดินออกจากบ้านไปตามสถานที่นัดหมาย ที่ที่เขาถูกจ้างโดยการเป็นครูสอนพิเศษให้กับคุณหนูของตระกูล ณ คฤหาสน์ตระกูลปาร์ค คฤหาสน์ที่เขาคุ้นเคยและไม่อยากที่จะกลับมาเหยียบมันอีกตรงเบื้องหน้า แต่ด้วยข้อเสนอบางอย่างที่เขาใช้เวลาคิดแล้วคิดอีกมาหลายวันหลายคืน ทำให้เขาต้องตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง
" คุณครูสอนพิเศษที่คุณผู้ชายจ้างมาใช่มั้ยค่ะ "
สาวใช้ของตระกูลออกมาเปิดประตูต้อนรับหลังจากที่ชายหนุ่มกดกริ่งได้สักพัก เขาเพียงพยักหน้าตอบรับและเดินตามเธอเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์ แต่แล้วความรู้สึกบางอย่างกลับสั่งให้เขามองสำรวจสิ่งของในคฤหาสน์อย่างไม่รู้ตัว อาจดูเป็นการเสียมารยาท แต่ก็ถือว่าโชคดีที่สาวใช้ไม่ได้หันมาให้ความสนใจอะไรกับชายหนุ่มที่กำลังเดินตามหลังเธออยู่
" นี่เป็นห้องของคุณหนูค่ะ ถ้าต้องการอะไรเรียกใช้เด็กในบ้านได้นะคะ " สาวใช้กล่าวเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องคุณหนูของตระกูล แต่ก็ยังได้รับเพียงการพยักหน้าตอบรับเช่นเดิม แม้เธอจะรู้สึกว่าครูสอนพิเศษคนนี้แปลก แต่ก็ต้องทิ้งความสงสัยไว้เพียงเท่านั้นเมื่อครูสอนพิเศษตรงหน้าเดินเข้าไปในห้องของคุณหนูของบ้านเสียแล้ว
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาภายในห้อง ของทุกสิ่งอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและดูสะอาดสะอ้าน คงเนื่องมาจากได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี และด้วยความที่เจ้าของห้องไม่ได้ให้ความสนใจกับมุมตรงนี้เท่าไรนัก ผู้มาเยือนจึงสังเกตได้จากบางมุมภายในห้องซึ่งเป็นมุมพักผ่อน ที่เต็มไปด้วยเครื่องนันทนาการต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นเกมต่างๆ หรือแม้แต่เพลย์สเตชั่นเครื่องเล็กๆที่ดูจะถูกใช้งานหนักไม่แพ้กัน มุมตรงนี้จึงดูเลอะเทอะ ไม่เป็นระเบียบเท่าที่ควร แต่ก็ถือว่าไม่แย่เกินไปสำหรับนักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง เมื่อนึกได้จึงกวาดสายตามองหาเจ้าของห้องผู้เป็นลูกศิษย์ บางทีถ้าเจ้าตัวรู้ว่าจะต้องเรียนพิเศษอาจจะหนีไปไหนต่อไหนแล้วก็เป็นได้ เสียงน้ำจากฝักบัว ที่เข้ากระทบโสตประสาท เหมือนเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าลูกศิษย์ของเขายังอยู่ในห้องนี้
" เสียงน้ำ คงอาบน้ำอยู่สินะ " ชายหนุ่มว่าพลางถือวิสาสะเดินเข้าไปภายในส่วนของห้องนอนและจับจองโซฟาบริเวณนั้นนั่งลงอ่านหนังสือรอลูกศิษย์ของเขาอย่างเงียบๆ
แกร่ก~
" นายเป็นใคร! "
ร่างสูงผู้เป็นเจ้าของห้องร้องถามระคนตกใจ ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก ถ้าเขาเปิดประตูออกมาแล้วพบว่าห้องนอนของตัวเองว่างเปล่าอย่างทุกที แต่นี่กลับมีใครที่เขาไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงด้านหน้า และมันคงไม่แย่ไปกว่านี้ถ้าเขาไม่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยผ้าเช็ดตัวที่ปกปิดส่วนล่างของร่างกายเพียงผืนเดียว
" ผมเป็นครูสอนพิเศษของคุณ " ร่างที่นั่งอยู่พูดพลางขยับแว่นตาแต่ก็ยังไม่ละสายตาจากหนังสือตรงหน้า หรืออาจเป็นเพราะไม่อยากจะมองร่างกึ่งเปลือยที่ยืนอยู่เบื้องหน้าก็เป็นได้
" ครูสอนพิเศษที่พ่อจ้างมาอย่างนั้นหรอ งั้นก็คงไม่ต้องเกรงใจสินะ "
พูดจบร่างสูงที่ไม่สนใจที่จะแต่งกายให้เรียบร้อยก็เดินออกจากส่วนของห้องนอน เปิดตู้เย็นและหยิบเบียร์กระป๋องที่เป็นเครื่องดื่มที่ไม่เหมาะกับนักเรียนมัธยมปลายอย่างเขานักในความคิดของคนอื่น แต่สำหรับตัวเขาเองมันแทบจะกลายเป็นน้ำดื่มที่เขาขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว เวลาผ่านไปพักใหญ่ เจ้าของห้องยังนั่งเอกเขนกจิบเบียร์บนโซฟาตัวโปรดหน้าโทรทัศน์อย่างสบายใจ โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นครูที่นั่งรออยู่ในห้องนอนเลยแม้แต่น้อย
รอแล้วรอเล่าเจ้าลูกศิษย์ตัวดีก็ยังไม่กลับเข้ามาในห้อง นี่คงอยากเล่นเกมฝึกความอดทนกับเขาสินะ ชายหนุ่มคิดในใจ แต่ก็เอาเถอะในเมื่อตัวยังล่อนจ้อนอยู่แบบนั้นลูกศิษย์นามว่าโจคยูฮยอนก็ไม่มีทางหนีไปไหนได้ เขาก็เพียงแค่รออยู่ในห้องแบบนี้ รอเวลาเจ้าตัวดีมันรู้สึกหนาว เดี๋ยวก็คงจะกลับเข้ามา เขาก็จะชนะเกมนี้ได้อย่างสบายๆ
โจคยูฮยอนเหลือบตามองประตูห้องนอนของตนเองที่ไร้แม้เสียงเปิดประตูของผู้ที่ด้านในอย่างที่เขาคิดไว้ตอนแรก ทั้งๆที่เขาเคยใช้วิธีนี้กับครูคนอื่นๆมาแล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงแหกปากโวยวายใส่เขา ก็ต้องมีประชดปิดประตูแล้วเดินจากไปอย่างหงุดหงิดบ้างล่ะ แต่ทำไมกับคนนี้มันถึงไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ หรือเพราะเขายังถ่วงเวลาได้น้อยเกินไป อย่างนั้นถ้านอนพักสักนิดก็คงจะดี เมื่อคิดได้ดังนั้นคยูฮยอนก็เอนตัวลงกับเบาะโซฟาตัวยาว แม้จะรู้สึกเย็นตามร่างกายเนื่องจากไม่มีเสื้อผ้าคอยปกปิดไว้ แต่อดทนกับสิ่งนี้ก็ยังดีกว่าต้องทนนั่งหลังขดหลังแข็งเรียนพิเศษให้ปวดหัวเล่นล่ะน่า
เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาที่เกือบล่วงสี่ชั่วโมงไปแล้วที่ร่างสูงนอนหลับไป ลมที่วนอยู่ตามพื้นที่ว่างของห้องกว้างปะทะเข้ากับร่างกายอีกครั้ง แม้มันจะไม่แรงจนหนาวสั่น แต่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ชายหนุ่มเลิกอยู่ในสภาพที่กึ่งเปลือยแบบนี้สักที
ประตูห้องนอนถูกเปิดอีกครั้งหลังจากที่ถูกเปิดออกไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน เป็นจังหวะพอดีกับผู้ที่อยู่ด้านในปิดหนังสือเล่มหนาและวางลงบนโต๊ะข้างตัว คยูฮยอนเหลือบมองด้านข้าง หวังว่าโซฟาตรงนั้นจะว่างเปล่า แต่ผิดคาด คนที่เขาคิดว่าน่าจะออกจากห้องนี้ไปแล้วเมื่อหลายชั่วโมงก่อน กลับยังคงนั่งอยู่ที่เดิมและส่งสายตาผ่านเลนส์แว่นประจันหน้ากับเขาอยู่
" อดทนดีนี่คุณครู "
" เสียใจด้วยนะ ที่วิธีแบบนั้นของคุณมันใช้ไม่ได้กับผม " น้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกใดๆตอบกลับ จนทำให้ผู้สนทนาอีกคนรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทีแบบนี้ของผู้เป็นครูเหลือเกิน
" หนังสือและชีทพวกนี้ ผมเอามาให้คุณไว้อ่านและทำแบบฝึกหัดก่อนเรียน เพื่อจะดูพื้นฐานของคุณที่อาจจะมีหรือไม่มีเลย คุณอาจจะไม่สนใจมัน แต่ก็ถือว่าผมได้ทำหน้าที่ของวันนี้เรียบร้อยแล้ว " ครูสอนพิเศษคนใหม่ของคยูฮยอนว่า พลางวางหนังสือและชีทไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือของเจ้าของห้อง หลังจากที่เวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว เนื่องจากตัวเขาเองยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก จึงไม่อยากมาเสียเวลากับงานนี้เกินไปนัก
" นายก็อย่าคิดนะว่าวิธีนี้ของนายจะใช้ได้ผลกับฉัน " พูดจบคยูฮยอนก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบเครื่องแต่งกายตามสไตล์ของตนเองและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียตรงนั้น โดยไม่เกรงใจสายตาของผู้ที่อยู่ในห้องอีกคน ที่มองมาอย่างเรียบเฉย
" คุณนี่มันเด็กกว่าที่ผมคิดไว้จริงๆ " ผู้เป็นครูเอ่ยออกมาให้กับพฤติกรรมที่ดื้อรั้นเยี่ยงเด็กของคยูฮยอน
" นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันเป็นเด็ก! " คนที่ถูกว่าถึงกับขึ้นเสียง ก็เขาน่ะอายุสิบเก้าแล้ว วุฒิภาวะก็เริ่มที่จะมี ความคิดความอ่านก็เหนือกว่าเด็กประถมเป็นไหนๆ เรื่องอะไรล่ะที่จะยอมให้คนที่ไม่รู้จักมาว่าเขาเป็นเด็กอยู่แบบนี้
"ผมก็แค่พูดไปตามที่เห็น "
" ก็แค่ครูสอนพิเศษ อย่าทำมาเป็นอวดดีนักเลย " ลูกศิษย์ถือโอกาสที่ตัวเองนั่นตัวสูงกว่าเข้าไปกระชากคอเสื้อผู้เป็นครูอย่างไร้ความเคารพ ทว่าผู้เป็นครูก็ยังคงสีหน้าและน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิมตอกกลับไปอย่างไม่ลดละ
" คุณน่าจะเก็บประโยคนั้นไว้ใช้กับคุณมากกว่า "
" อย่าคิดนะ ว่าพ่อจ้างนายมาแล้วชั้นจะไม่กล้า "
สายตาที่กำลังจ้องมองคยูฮยอนมันเป็นสายตาที่น่ารังเกียจนัก เขาเกลียดสายตาที่ว่างเปล่าแบบนี้ สายตาที่เหมือนปีศาจที่จ้องจะคร่าชีวิตใครต่อใครได้อย่างไร้ความรู้สึก แม้มันจะถูกเลนส์ของแว่นสายตาบดบังไว้แต่ในระยะที่ใบหน้าห่างกันแค่คืบมันก็ทำให้เขามองทะลุนัยน์ตาคู่นั้นได้อย่างง่ายดาย มือที่รั้งคอเสื้ออยู่ถูกออกแรงกระชากมากกว่าเดิม ร่างบางประชิดเข้ากับอกแกร่งของคยูฮยอนอย่างแรง แม้จะเจ็บ...เจ็บจนอยากจะแสดงออกมา แต่สีหน้าและสายตาที่โหดเหี้ยมของคยูฮยอนก็กลืนความเจ็บของเขาไปในทันตา
" เท่าไหร่ล่ะ พ่อใช้เศษเงินจ้างนายมาเท่าไหร่ ฉันให้มากกว่านั้นได้ถ้านายเลิกยุ่งกับชีวิตของฉัน " คยูฮยอนกัดฟันพูดอย่างโกรธจัด เขาไม่ชอบให้ใครมาบังคับเขา มาตีกรอบให้เขาต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้โดยต้องฝืนใจ เขาชอบความอิสระ ถ้ามันต้องแลกกับเงินซึ่งเป็นสิ่งแรกที่เขานึกออก เขาก็พร้อมที่จะแลกเพื่อทวงความอิสระที่ต้องการกลับคืนมา
" น่าสนใจดีนี่ " ครูร่างบางกระตุกยิ้มมุมปาก หลังจากถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แม้จะรู้สึกแสบกับรอยแดงตรงช่วงคอขาวที่เกิดจากการเสียดสีอย่างแรงกับคอของเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่ก็ตาม
" แต่ผมว่าคุณเก็บเงินของคุณไว้ดีกว่า เพราะเงินที่พ่อคุณจ้างผมมา บางทีมันอาจมีค่ามากกว่าชีวิตของคุณด้วยซ้ำไป " สายตาเย้ยหยันจากร่างบางถูกส่งไปยังลูกศิษย์ร่างสูงอีกครั้ง เขาพูดไม่ผิดหรอก ว่าจำนวนเงินที่เขาจะได้รับเป็นค่าจ้างมันมีค่ามากกว่าชีวิตของคนๆนึง เพราะถ้าจำนวนเงินมากมายนี้ไม่ใช่ข้อต่อรองของข้อเสนอ เขาก็คงไม่มีทางรับงานนี้เป็นแน่
ชายหนุ่มร่างบางเดินออกจากคฤหาสน์ โดยยังทิ้งความสงสัยให้กับชายหนุ่มอายุน้อยอีกคนคาใจเล่น นึกถึงได้ไม่ทันไร เสียงบีบแตรรถก็ดังไล่หลังมา พร้อมกับรถสปอร์ตสีดำที่ขับผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก็คงเป็นใครไปไม่ได้สินะ นอกจาก...คุณชายโจคยูฮยอน...
เสียงเพลงอึกทึกดังลอดออกมาจากประตูไม้บานใหญ่หลังร้าน ผับ Sapphire Blue ผับที่มีชื่อเสียงในละแวกนี้ ด้วยการตกแต่งร้านที่ดูดีมีสไตล์เหมือนประดับอัญมณีสีน้ำเงินไว้ทุกซอกมุม แต่ที่จริงแล้วเป็นเพียงไอเดียของเจ้าของร้านที่ประดับกระจกไว้คู่กับดวงไฟฉาบสีน้ำเงินเท่านั้น อีกทั้งเครื่องดื่มนำเข้าจากต่างประเทศหลากหลายยี่ห้อก็เป็นตัวชักจูงให้วัยรุ่นมากมายอยากที่จะลิ้มลองอยู่เสมอ นอกจากสีสันในร้านที่ดูเก๋มีสไตล์แล้วนั้น เสียงดนตรีก็ได้ถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ดนตรีหลากหลายแนวที่ฟังดูสบายๆ โรแมนติก หรือแม้แต่ร็อคสนุก ก็ได้นักดนตรีฝีมือดีที่เจ้าของร้านเสาะหามาอย่างชำนิชำนาญถ่ายทอดได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ร้านแห่งนี้มีชื่อติดหูนักเที่ยวกลางคืนได้ไม่ยาก
" ไง ปาร์คจองซู ทำไมวันนี้มาสายได้ล่ะจ๊ะ " ชายหนุ่มหุ่นเพรียวบาง เจ้าของเรือนผมรากไทรสีดำสนิทและเป็นเจ้าของผับแห่งนี้เอ่ยถามเพื่อนรักที่เพิ่งเข้ามาทางหลังร้านเมื่อครู่ ทั้งๆที่ปกติแล้วจองซูจะมาถึงก่อนที่ร้านจะเปิดด้วยซ้ำ
" ขอโทษทีนะฮีชอล พอดีงานใหม่ยังไม่ค่อยเรียบร้อยน่ะ " จองซูว่าพลางจัดแจงเก็บข้าวของและเตรียมเสื้อผ้าสำหรับการทำงานคืนนี้
" ท่าทางนักเรียนใหม่ของนายคนนี้ร้ายไม่เบานะ " ฮีชอลยิ้มมุมปาก พร้อมกับลูบไล้ไปตามรอยแผลที่คอเพื่อนรัก แม้มันจะไม่ใช่แผลลึกอะไร แต่มันก็ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของรอยแผลรู้สึกเจ็บขึ้นมาได้เหมือนกัน
" พอเถอะน่าฮีชอล ฉันออกไปทำงานดีกว่า " เจ้าของน้ำเสียงเครียดปรามเพื่อนตัวเอง แม้จะรู้ตัวว่าอยู่กับฮีชอลแล้วไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเครียดก็ตาม แต่พฤติกรรมเคร่งครึมเหมือนตอนอยู่กับนักเรียน มันก็ติดเป็นนิสัยของเขาไปซะแล้ว
" นี่จองซู แว่นนั่นน่ะ นายไม่ได้เป็นครูอยู่นะ ถอดมันออกด้วยสิ " ไม่ว่าเปล่า มือเรียวสวยเอื้อมถอดแว่นตากรอบบางให้กับชายหนุ่มตรงหน้า เผยให้เห็นนัยน์ตาเรียวสวยที่ถูกบดบังมาตลอดทั้งวัน
รถสปอร์ตสีดำที่ขับมาด้วยความเร็วสูงจอดเทียบท่ากับฟุตบาทหน้าผับชื่อดัง ชายหนุ่มสองคนก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเรียบเฉย แม้แสงไฟบริเวณนั้นจะไม่สว่างนัก แต่ก็สามารถเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มทั้งสองจนสาวๆที่อยู่บริเวณนั้นอดที่จะกรี๊ดไม่ได้
เด็กหน้าร้านเปิดประตูให้กับบุคคลผู้มาใหม่ แม้พวกเขาจะอยู่ในวัยเรียน แต่ร้านนี้ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากนัก ด้วยการที่เจ้าของร้านคือคิมฮีชอลด้วยแล้ว เปรียบเสมือนเจ้าแม่ที่ใครต่อใครเกรงกลัว อีกทั้งผับของเขาก็ไม่ใช่แหล่งมั่วสุมในทางไม่ดีเหมือนผับอื่นๆ การมั่วสุมเสพยาหรือการพนันต่างๆอย่าได้มีในผับเขาซะให้ยาก ไม่อย่างนั้นล่ะก็เขาจะแสดงฤทธิ์เดชกำจัดพวกมันให้ตายกันไปข้างนึงเลย
เมื่อมองหาที่ว่างได้แล้ว ซีวอน คุณชายมาดไฮโซที่ดูจะคุ้นเคยกับผับนี้มากกว่าเพื่อนอีกคนจึงเดินไปยังที่ว่างนั้นซึ่งเป็นที่ประจำของเขา โดยมีเพื่อนอีกคนเดินตามและกวาดตามองสีสันภายในผับแห่งนี้อย่างตื่นเต้น
" มีสถานที่แบบนี้อยู่ ทำไมมึงไม่เคยบอกกูเลยวะซีวอน "
" ก็มึงเคยฟังที่กูพูดบ้างมั้ยล่ะ เอะอะก็ลากกูไปนอกเมือง แล้วอย่างนี้จะมาโทษกูได้ไง " ชายชเวว่าพร้อมกับสอดส่องสายตามองหาเจ้าของร้านคนสวย คนที่ขโมยหัวใจของเขาไปทั้งดวงตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในผับแห่งนี้
" นายทำให้ฉันโมโหอีกแล้วนะฮยอกแจ! " เสียงห้าวพูดด้วยความหงุดหงิดใจพร้อมกับกระแทกถาดสแตนเลสลงกับเคาท์เตอร์อย่างแรง ถือว่าโชคดีที่อารมณ์หงุดหงิดใจของเขาไม่เป็นที่สนใจของลูกค้าในร้านนักเนื่องจากเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่เป็นจังหวะสนุกๆเสียงเฮฮาและการร้องรำทำเพลงจึงทำให้กลบเสียงโวยวายของผู้ชายตัวเล็กๆอย่างอีทงเฮได้เป็นอย่างดี
" เกิดอะไรขึ้นทงเฮ " ฮีชอลที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมจองซูเอ่ยถามน้องชายตัวแสบ
" คงทะเลาะกับฮยอกแจมาอีกล่ะสิ " จองซูพูดอย่างรู้ทัน
" ก็พี่ดูสิฮะ เจ้านั่นไม่เคยสนใจผมเลย งานการก็ไม่สน มัวแต่ไปกระดี๊กระด๊ากับผู้หญิง " ไม่พูดเปล่าสายตาคมของผู้ที่กำลังน้อยอกน้อยใจก็หันไปค้อนขวับให้กับเจ้าตัวปัญหาที่ยังเริงร่าในหมู่สาวๆโดยไม่ได้สนใจพายุลูกน้อยๆนี้เลย
" ยังไม่ชินอีกหรือทงเฮ " ไม่ใช่การพูดแหย่ทงเฮเล่น แต่ฮีชอลเห็นว่าการที่ฮยอกแจต้อนรับลูกค้าสาวๆโดยการร่วมวงเต้นรำสนุกสนานนั้นเป็นสิ่งที่ฮยอกแจกระทำอยู่ทุกวัน ก็ไม่น่าจะใช่เรื่องที่ทงเฮจะมาโมโห
" แต่วันนี้เจ้านั่นจงใจยั่วโมโหผม ไม่ยอมคุยกับผมตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว "
" แล้วเราไปทำอะไรไว้ล่ะ "
" ผมก็แค่จูบฮยอกแจไปเมื่อตอนร้านเปิดแค่นั้นเอง! "
การพูดแบบฉบับที่โวยวาย แหบห้าว ไม่เกรงใจใครของทงเฮ แม้กระทั่งเรื่องลับๆก็ยังสามารถพูดได้อย่างเปิดเผย เรียกเสียงหัวเราะได้จากพี่ชายหน้าสวยที่ยืนอยู่ได้ไม่น้อย ฮีชอลกุมหน้าท้องหัวเราะให้กับความซื่อไร้เดียงสาของน้องชาย แต่ที่แปลกไปกว่านั้น จองซู ผู้ชายน้ำแข็งอย่างเขาสามารถหลุดขำออกมาได้เช่นกัน
" เดี๋ยวกลับบ้านค่อยไปเคลียร์กันนะ ลูกค้ามาเยอะแล้ว ไปต้อนรับสิทงเฮ "
ฮีชอลที่ระงับอารมณ์ของตัวเองได้ช้ากว่าจองซูเอ่ยขึ้น เมื่อหันไปเห็นจำนวนลูกค้าในร้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งโต๊ะของลูกค้าประจำอย่าง ชเวซีวอน หนุ่มหล่อ พ่อรวย ที่เจ้าตัวส่งยิ้มหวานมาให้เขาจนแก้มแทบปริ
" ว่าไงจ๊ะซีวอน วันนี้พาเพื่อนมาด้วยเหรอ " ร่างเพรียวบางแจกยิ้มหวานพลางนั่งลงข้างกายหนุ่มหล่ออย่างถือวิสาสะ แต่ก็ไม่ใช่การเสียมารยาทแต่อย่างใด ในเมื่อเขารู้อยู่แก่ใจว่าซีวอนไม่มีทางปฏิเสธการได้นั่งเคียงข้างกับเขา บางทีซีวอนอาจจะเต็มใจให้เขานั่งในที่ที่มากกว่าเบาะข้างตัวก็เป็นได้
คยูฮยอนมองบุคคลที่นั่งตรงข้ามอย่างชื่นชม นี่สินะ คนที่ซีวอนมันแอบหลงรัก มีเสน่ห์ดึงดูดใจในครั้งแรกที่เห็น ผู้ชายที่ดูสวยกว่าผู้หญิงบางคน หุ่นเพรียวบางที่น่าปกป้องดูแล เข้าใจเลือกเหมือนกันนี่ซีวอน
" ครับ นี่คยูฮยอนเพื่อนสนิทผม "
" สวัสดีจ้ะคยูฮยอน " น้ำเสียงยั่วยวนกับใบหน้าเปื้อนยิ้มถูกส่งมาให้คยูฮยอน
" คยูฮยอน นี่พี่ฮีชอล เอ่อ เป็นเจ้าของผับนี้น่ะ " ซีวอนแนะนำต่อ แต่จะติดตรงที่จะให้ฮีชอลอยู่ในฐานะอะไรสำหรับเขา
ฮีชอลเหลือบตามองคนข้างตัวพลางกระตุกยิ้ม ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คนอย่างคิมฮีชอลจะดูไม่ออกว่าซีวอนมีความรู้สึกอย่างไรกับเขา ก็การที่เทียวไปเทียวมาในผับนี้ตลอดสองอาทิตย์ ทั้งสายตาที่ส่งให้ฮีชอลไม่เว้นแต่ละวัน คำพูดคำจา ที่คนฟังแม้ไม่ใช่ฮีชอลก็ดูออกว่าซีวอนต้องการสื่ออะไร แต่ด้วยนิสัยของฮีชอล นิสัยที่เหมือนให้ความหวังใครต่อใครที่มันแก้ไม่หายสักที ก็คงทำให้ซีวอนคิดเข้าข้างตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่าฮีชอลก็มีใจให้ตัวเองเช่นกัน ถ้าสักวันซีวอนได้รู้ความจริงขึ้นมาว่าฮีชอลไม่ได้รู้สึกเกินเลยไปกว่าเพื่อนคุยและหัวใจทั้งสี่ห้องของฮีชอลก็ไม่ได้ว่างอย่างที่ซีวอนคิด เวลานั้นชายชเวคนนี้คงจะคลั่งไม่ใช่น้อย
" แล้วนี่สั่งเครื่องดื่มอะไรกันหรือยัง "
" ยังเลยฮะ พวกเราเพิ่งมาถึง "
" งั้นเดี๋ยวฉันจัดการให้นะ รอสักครู่ " ฮีชอลลุกจากที่นั่งไปจัดออเดอร์ให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยมีคยูฮยอนมองตามหลังอย่างไม่รู้ตัว ไม่ใช่ว่าเขานึกชอบเธอเหมือนซีวอน แต่แท้จริงแล้วคนที่คยูฮยอนกำลังสนใจอยู่คือบุคคลในชุดเด็กเสิร์ฟสีดำที่ฮีชอลกำลังเดินเข้าไปหา ผู้ชายรูปร่างไล่เลี่ยกับฮีชอล แต่น่าเสียดายที่ความมืดภายในร้านทำให้เขาเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นได้ไม่ชัดนัก
" ซีวอน มึงรู้จักคนนั้นหรือเปล่า " ถามทั้งๆที่สายตายังจับจ้องบุคคลที่สงสัยอยู่อย่างไม่ลดละ ทำให้ซีวอนต้องมองตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
" ที่ยืนกับพี่ฮีชอลน่ะเหรอ เค้าชื่อพี่จองซู "
" จองซู อย่างนั้นหรอ " คยูฮยอนทวนชื่ออย่างนึกสงสัย แปลก ทำไมเขาถึงรู้สึกแปลกกับชื่อนี้
" ทำไม มึงสนใจหรอ " ซีวอนถามอย่างมีเลศนัย ก็ไม่เลวนี่ ถ้าคยูฮยอนนึกจะชอบพี่จองซูขึ้นมาจริงๆ เพราะพี่จองซูก็เป็นผู้ชายหน้าหวานคนนึงที่ลูกค้าจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจ จะติดก็ตรงที่เขาดูเป็นคนเงียบๆเก็บตัว เลยไม่ได้ดูแลลูกค้าใกล้ชิดแบบพี่ฮีชอล ทำให้ซีวอนเลือกที่จะชอบคนที่สนุกสนานแบบพี่ฮีชอลมากกว่า
" พ่อมึงเถอะ กูแค่คิดว่าเขาเหมือนคนที่กูรู้จัก "
หันกลับมาสบถคำด่าใส่เพื่อนรัก แต่ก็ยังไม่วายที่จะหันกลับไปมองร่างบางที่ทำงานอย่างขันแข็ง ทุกท่วงท่าอิริยาบถ ทำให้คยูฮยอนรู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับใครบางคน แต่คิดแล้วคิดอีกเขาก็คิดไม่ออกเสียทีว่าคนๆนั้นคือใคร
" นี่จองซู ช่วยดูแลลูกค้าโต๊ะนั้นให้หน่อยสิ "
ไม่ต้องถามต่อจองซูก็รู้ได้ทันทีถึงเหตุที่ฮีชอลละทิ้งลูกค้าคนสำคัญมา เพราะโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่ในมือของเพื่อนรัก ซึ่งก็หมายถึงคนที่สำคัญกว่าลูกค้าของฮีชอลได้ติดต่อกลับมาแล้ว
จองซูรับคำ พร้อมกับจัดออเดอร์ประจำของซีวอนอย่างรู้ใจ ไม่ต้องสงสัยว่าเขารู้ออเดอร์ที่ซีวอนสั่งประจำได้อย่างไร ก็ในเมื่อทุกครั้งที่ซีวอนมาที่ร้านเขาจะเป็นคนรับและจัดออเดอร์ให้เสมอ ส่วนฮีชอลก็เหมือนเป็นบริการเสริมของร้านโดยการเทคแคร์ลูกค้าอย่างใกล้ชิด แต่ก็เรียกเรตติ้งได้มากทีเดียว
คยูฮยอนรีบหันหน้าหนีเมื่อสังเกตว่าบุคคลที่เขาจ้องมองอยู่กำลังเดินตรงมาทางโต๊ะของเขาและซีวอน เขาพยายามปั้นสีหน้าให้ดูนิ่งที่สุดเหมือนที่เคยเป็น ต่างกับจองซู ที่พยามปั้นสีหน้าของตัวเองไม่ให้ดูเครียดเกินไปเวลาต้อนรับลูกค้า เครื่องดื่ม แก้วน้ำ และน้ำแข็ง ถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือ ด้วยแสงไฟในผับที่ไม่มากนักทำให้จองซูไม่นึกสนใจบุคคลที่นั่งตรงข้ามกับซีวอน
ระหว่างที่จองซูจัดข้าวของลงบนโต๊ะ สายตาบางคู่จับจ้องมองเขา แม้จะมืดแต่ความห่างที่ไม่มากนักก็ทำให้คยูฮยอนสามารถมองเห็นใบหน้าเรียวสวยชัดเจนยิ่งขึ้น เจ้าของสายตานั้นเหยียดยิ้มอย่างมีชัย ในที่สุดคยูฮยอนก็ได้รู้เสียทีว่าคนที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยก็คือครูสอนพิเศษคนใหม่..จองซู
" ขยันดีนะคุณครูคนใหม่ " ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าคว้าข้อมือบางอย่างแรง
" คยูฮยอน! "
TBC...
สวัสดีปีใหม่ ชาว Exteen และเพื่อนๆที่เข้ามา ณ บล็อคแห่งนี้
ขอให้ทุกคนมีความสุข สมปรารถนาในทุกๆเรื่อง
สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะ..
และ
Happy Birth Day to Sungmin Oppa
กระต่ายน้อยแห่ง SuJu อายุ 23 แล้วนะ
แต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กอยู่ดี ฮ่าๆๆ
มีความสุขมากๆนะ ดูแลสุขภาพด้วย
ที่สำคัญรักคยูฮยอนมากๆล่ะ คุคิๆ
ว่าด้วย ฟิคชั่น คยูทึก - -*
ทำไมต้องคยูทึก???
หลายคนคงสงสัยอยู่
ข้าพเจ้าก็สงสัยว่าทำไมไม่มีคนแต่งคยูทึกบ้าง?
ด้วยตัวเจ้าของบล็อคไม่รู้จินตนาการบังเกิดแต่ใดมา
อาจเกิดจากรูปในซูคิระเมื่อนานมาแล้ว
ที่พี่ทึกทำเหมือนจูบกับคยู
นั่นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้จิ้นคู่นี้
แต่นอกจากนั้นคงเกิดจากความรู้สึก
พี่ใหญ่ กับ น้องเล็ก!!!
ก็ดูเข้าท่าดีมิใช่เรอะ - -* ((หรือข้าพเจ้าคิดไปเองคนเดียว))
แต่เอาเถอะ ที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของตัวเองมากกว่า
ในเมื่อไม่มีใครแต่งคู่นี้ให้อ่าน ก็เลยบ่นแล้วบ่นอีกจนในที่สุดก็ลงมือแต่งเองจริงๆ เหอะๆๆ
ที่จริงจิ้นคู่นี้มานานพอสมควร อารมณ์ว่าเคะโคตรสวย เมะโคตรหล่อ = =*
เลยลองเซิทหาในกลูเกิ้ล แม่เจ้า!!!!!!
ฟิคคยูทึกไม่โผล่สักเรื่อง T T
โฮกกกกกก กูต้องบุกเบิกเองใช่มั้ย??
และแล้วเมื่อวันที่ลงมือแต่งฟิคเรื่องนี้
ก็ดั๊น ไปเซิทดูอีกรอบ - -* เพื่ออะไรก็ไม่เข้าใจตัวเอง
แล้วมันก็โผล่มาเคอะ ฟิคคยูทึก
ในเว็บเด็กดีแต่มันช้าไปแล้ว - -
ไม่อยากอ่านของใครแล้ว อยากอ่านของตัวเอง ฮ่าๆๆๆ
จำชื่อเรื่องไม่ได้เหมือนกัน เพราะไม่ได้คลิกเข้าไปอ่าน
แต่เจออยู่เรื่องเดียวจริงๆเถอะ = =^
ตอนวางพลอตตัวละคร ก็นึกถึงซองมินนะ
นึกว่าจะเอาซองมินคู่กับใคร ก๊ากกกกกก
ในเมื่อคยูต้องเป็นของพี่ทึก แล้วซองมินต้องเป็นของพี่หมีเรอะ ฮ่า!!!!!!!
อยากจะบ้าตาย -*- กระต่ายกับหมี ไม่เหมาะกันเล้ย~
เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกรอบ
เอาเป็นว่าคนที่อ่าน ((จะมีเรอะ = ="))
ถ้ามีล่ะนะ ช่วยวิจารณ์กันด้วยเถอะ
ฟิคเรื่องแรกในชีวิตจริงๆถ้ามีคนสนใจ
ก็จะเค้นตอนใหม่ออกมาให้อ่านกัน พร้อมกับฉาก NC ((ฮ่า >.,<))
แต่ถ้าไม่สนุกหรือไม่มีคนสนใจ ก็คงต้องจินตนาการเลื่อนลอย
และปิดฉาก Degenerate Heart ลงตรงนี้แล..






















